สวัสดีครับ
หลังจากหายหน้าหายตาไปสองสามวัน ข้าน้อยยังไม่หายไปไหนนะขอรับ
ยังคงวนเวียนๆอยู่แถวๆนี้แหละครับ แต่พอดีว่าภาระมันเยอะไปนิดนึงครับช่วงนี้
 
แต่กระพ้มก็ยังหาร้านอร่อยๆดีๆมาให้เพื่อนๆได้ลิ้มรสกันเช่้นเคย
 
ช่วงนี้ฝนก็ท่าทางจะเริ่มซาๆลงไปบ้างแล้ว สงสัยตกจนเบื่อแล้วละมั้ง
เอาเป็นว่ายังไงก็อย่าเผลอล่ะกัน มันมาอีกแน่ ฮ่าๆ อย่าลืมพกร่มไว้ล่ะครับ เปียกกันไม่รู้ด้วยล่ะ
 
ก็คงต้องบอกกันอยู่เสมอว่าการเขียนเอนทรี่นี้และที่ผ่านๆมารวมไปถึงที่จะเขียนในอนาคตไม่ได้เป็นการโฆษนาให้ร้านใดๆแต่อย่างใดครับ ที่เขียนไปเพราะรักที่จะทานและเขียนและชอบที่จะเล่าสู่กันฟังครับ
..............................................................................
 
เห็นชื่อเอนทรี่แล้วอย่างงว่าจะพาไปทานที่จังหวัดไหนทางใต้หรือเปล่า
แต่วันนี้จะนำเสนอร้านที่เป็นอาหารจีน-ปักษ์ใต้ครับ ร้านแนวนี้หาทานได้ยากในกรุงเทพฯครับ
ไม่ใช่จีนใต้แต่อย่างใด แต่เป็น"จีน"อย่าง "ใต้" ต่างหาก
พอพูดถึงอาหารปักษ์ใต้เพื่อนๆอาจจะนึกถึงแกงรสเผ็ดร้อน แต่นี่ไม่ใช่ครับ
เป็นใต้แบบใต้สุดๆครับ ใต้แบบ "เบตง" ยะลา ใต้สุดๆใช่ไหมล่ะครับ
 
ร้านนี้เป็นร้านที่เปิดมานานแล้วครับอยู่ในซอยทองหล่อ ขึ้นชื่อในเรื่องของอาหารจีนสไตล์เบตงที่ยังคงรสของอาหารจีนไว้ได้ดีเช่นกัน น่าสนใจใช่ไหมล่ะครับ
 
 
นี่ล่ะครับหน้าร้าน อัน อัน เหลา ที่จะพาไปลิ้มรสกันวันนี้
 
 อาหารขึ้นชื่อของที่นี่ก็มีหลากหลายครับ ไม่ว่าจะเป็น ไ่ก่เบตง เคาหยก หัวปลาต้มเผือก และอีกหลายๆอย่างเลยครับ แต่คราวนี้กว่ากระผมจะรู้ตัวมันก็ตอนเดินออกจากร้านมานั่งหาข้อมูลหน้าคอมซะแล้ว - -" ขออภัยด้วยครับ
 
ก่อนอื่นเลยต้องอธิบายกันก่อนว่าร้านนี้ผมเองไม่เคยรู้จักมักจี่กันมาแต่ปางก่อน แต่ร้านนี้เป็นที่รู้จักของพ่อกับแม่ที่พากันมาทานกันที่นี่ตั้งแต่ผมตัวเท่าแมว อันนี้ก็เวอร์ไป วันนี้พ่อกับแม่ก็เลยนำทางผมไปที่นี่ครับ ไอเราเองก็เห็นสโลแกนของร้านนี้ตอนแรกว่า the Taste of South,Right here ก็คิดไปซะว่ารสชาดแบบจีนใต้หรือไงฟระ งงแตกไปได้สักพักใหญ่ๆ และยิ่งเพิ่มความสงสัยไปอีกเมือเปิดเมนูหน้่าแรกเจอ ไก่เบตง... สรุปมันใต้ของชาติไหนวะเนี่ย เล่นเอางงแต่ไม่ได้ถา่มใคร จนกลับบ้านมาต้องเปิดหาข้อมูลจนถึงบางอ้อเยี่ยงนี้แล ...
 
ก็เป็นสาเหตุที่ไม่ได้ลองเมนูเด็ดๆของร้านไปสองสามอย่างเลย เสียดายๆ คราวหน้าไปจะไม่มีพลาดครับ ก็เพราะเรารู้แล้วนี่หน่า เหอๆๆ
 
เอาล่ะครับพูดมามากแล้ว เดี๋ยวจะเหงือกแห้งกันซะก่้อน มาดูหน้าตาอาหารกันดีกว่าครับ
 
 
ปลากระพงทอดราดน้ำปลา
 
จานนี้ตอนนี้กลายเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ไปซะแล้ว เนื่องจากว่ามันเป็นของโปรดของน้องปลาย น้องคนสุดท้อง ไปซะแล้ว ไปที่ไหนก็จะกินไอเจ้านี่ ก็จัดไปแทบจะทุกที่เลยล่ะ ไม่เชื่อลองเปิดเอนทรี่เก่าๆอย่างสมบูรณ์โภชณาดูสิ จะว่าไปตอนไปกินยากินิคุก็ถามหาเมนูนี้ แล้วมันจะมีได้ยังไงล่ะนั่น!!! 
 
ส่วนรสชาดแล้วปลาซ๊ด...สดครับ สดแบบซัดกันปากแตกกันเลยทีเดียว จะตลกกันไปไหนล่ะเนี่ย ขออภัยขอรับ ปลาทอดมาได้ที่เลย กรอบนิดๆ เนื้อในฟูนุ่มมาก ละลายในลิ้นกันเลย อันนี้ไม่ได้โม้ ละลายจริงๆ ส่วนซอสน้ำปลาเองจะออกหวานนิดๆ แต่กลิ่นเฉพาะตัวของน้ำปลายังแรงอยู่ผมทนไม่่ค่อยได้เท่าไหร่ แต่ยังไงก็อร่อยครับ โฮก!! นึกถึงแล้วอยากทานอีก แต่เปลี่ยนจากราดน้ำปลาเป็นราดพริกหรือสามรสด๊ายยยยม๊ายยยยย 
 
มาต่อกันที่เจ้านี่
 
 
 
 
 
มากันสามสหายแบบนี้คงนึกออกใช่ไหมครับ
 
เป็ดปักกิ่ง นั่นเอง ไม่รู้ว่าไปปักกิ่งไหน เนื้อหายหมด ไม่ใช่น่ะๆ มันจะตลกแบบเงียบเชียบเกินไปหน่อย ที่นี่ก็เหมือนที่อื่นครับมีให้เลือกว่าจะเอาเนื้อไปทำอะไร ที่แตกต่างออกมาหน่อยๆก็เห็นจะมีเอาไปทำเมี่ยงเนี่ยแหละ มันจะเป็นยังไงเนี่ย ส่วนผมเลือกเอามาทำไอเจ้านี่
 

 
เป็ดทอดกระเทียม ธรรมดาสุดๆ
 
ใจจริงอยากเลือกผัดเต้าซี่แต่น้องปลายไม่กินเต้าซี่ เลยจำต้องสั่งเจ้านี่แทนให้เด็กทานได้ = =" เลี้ยงลูกนี่ลำบากดีเนาะครับ เหอๆ
 
ส่วนรสชาดแล้วนั้นไซร้ เมื่อนำหนังเป็ดต้นหอมและแตงกวาวางบนแป้งคราใด ราดน้ำจิ้มลงไปครานั้น บัดนั้นความหฤหรรย์ บันเทิงเริงใจในปากย่อมเกิดขึ้น แหม่แม่คุณเอย~ 
 
มันลงตัวกันจริงๆครับ หนังเป็ดกรอบ ความมันเลี่ยนถูกดับลงไปด้วยแตงกวากับต้นหอม ที่สำคัญน้ำจิ้มเค้าเด็ดจริง ทานเพลินเลยล่ะเมนูนี้ ส่วนผลผลิตที่ได้จากเนื้อเป็ดเป็นเป็ดทอดกระเทียม ผมว่ายังมีกลิ่นสาบของเป็ดบางๆอยู่ครับ ขนาดเอาไปทอดกระเทียมแล้วนะกลิ่นยังมีอยู่บ้างเลย แต่ผมเจอแค่ไม่กี่ชิ้นนะ หรือว่ามันจะชินหว่า
 
สำหรับเมนูเป็ดปักกิ่งนี้ยกให้ว่าอร่อยครับ แต่ติดที่ว่าเป็ดทอดกระเทียมนั้นไม่ค่อยถูกปากเท่าไหร่ผ่านๆไปได้ครับ
 
 
 
ส่วนเจ้านี่เป็นอีกอย่างที่ขึ้นชื่อของที่นี่เลยครับ ผักน้ำผัดน้ำมันหอย
นอกจากที่รู้ๆกันว่าประโยชน์ของผักน้ำจะช่วยย่อยแล้ว ยังมีคุณสมบัติอีกอย่าง คือ เอามาผัดน้ำมันหอยแล้วอร่อยมาก เหอๆๆ ใช่ครับ ผักน้ำนี่ที่ไหนๆก็ผัดอร่อยครับ ที่นี่ก็เช่นกันครับ อร่อยเหมือนๆกัน จุดเด่นอยู่ที่ความหอมครับ โดยรวมแล้วก็เหมือนทั่วๆไป แต่หอมกว่า ยั่วน้ำลายได้ดีเลยครับ
 
ต่อมาก็ยังคงเป็นอีกเมนูขึ้นชื่อครับ
 
 
 
 จำชื่อได้ไม่ถนัด แต่คงเป็นชื่อนี้แหละนะ
ผัดหมี่อัน อัน เหลา
ชื่อเป็นซิกเนเจอร์มากกกกก อย่างที่บอกไปในเอนทรี่ที่แล้วเลย ไอการตั้งชื่อแบบนี้มันได้ผลทางจิตวิทยาจริงๆครับ แต่ข้อเสียคือจะทำให้ลูกค้าคาดหวังมากครับ ดังนั้นต้องรักษามาตรฐานดีๆครับ หากรักจะตั้งชื่อเช่นนีั้
 
แต่ต้องยกนิ้วให้อีกทีเมื่อเอาเข้าปาก เส้นเหนียวนุ่มรสเป็นเอกลักษณ์ฺ ความมันในการผัดแบบจีน ใส่กุ้ง ปลาหมึก พริกชี้ฟ้าแดง โอ้มันอร่อยอย่างไม่น่าเชื่อว่าเมนูพื้นๆแบบนี้มันจะอร่อยได้แบบนี้ครับ ความหอมมัน แถมมีกลิ่นกะทะมาให้หอมกันเมื่อนำเข้าปาก เคี้ยวหนึบๆ รสกลมกล่อม เป็นอีกเมนูที่แนะนำให้ลองกันเลยครับ อร่อยนะ
 
มาปิดท้ายช่วงของคาวกันด้วยเมนูน้ำๆบ้างครับ
 
 
 
ต้มยำกุ้ง
 
มามี้เรคคอมเมนด์ว่าต้มยำกุ้งที่นี่อร่อยเจ็บครับ ด้วยความที่เมื่อก่อนมามี้มาทานแล้วติดใจ วันนี้ก็เลยไม่พลาดครับ ของที่ใส่ก็มีพวกกุ้งเล็ก เห็ด ครับ วัตถุดิบธรรมดาเหมือนที่อื่นๆ ส่วนรสชาดก็เจ็บสมใจครับ เป็นต้มยำกุ้งน้ำใสที่รสชาดครบเครื่องดีครับ ทานกับข้าวสวยร้อนๆอร่อยเป็นที่สุด เผ็ดนิดๆนำมา ออกหวานๆเค็มๆหน่อยๆ ปิดท้ายด้วยความเปรี้ยวที่แซงมาเลยล่ะ ถือว่าโอเคเลยครับ ส่วนตัวชอบแบบน้ำข้นมากกว่า แต่ต้องยอมรับว่าน้ำใสที่นี่ก็อร่อยไปอีกแบบครับ
 
 อย่างที่บอก หมดเมนูของคาวซะแล้ว มาต่อกันที่ของหวานดีกว่า
 บรรยากาศแบบนี้ต้องทานอะไรเย็นๆครับ เริ่มกันที่
 
 
สาคูแคนตาลูป หอมมัน เย็นฉ่ำ ชื่นใจ แคนตาลูปหวานเจี๊ยบแบบนี้ สะใจแน่นักแล ใช้ได้ครับ
 

 
ส่วนรายนี้คือ แปะก้วยเย็น หวานน้อยๆ แต่ชื่นใจ ใครชอบหวานมากๆขอน้ำเชื่อมเพิ่มได้ครับ ผมว่าหวานน้อยๆแบบนี้พอชื่นใจดีแล้วครับ
 
หันกลับไปดูอีกที เอนทรี่นี้ยาวพอสมควรเลยนะเนี่ย มาสรุปกันคร่าวๆดีกว่้าครับ
-อาหารปริมาณไม่เยอะมาก กำลังพอดี รสชาดของวันนี้ดีแทบจะทุกอย่างครับ ส่วนอื่นๆพอใช้
-ราคาก็ไม่ทราบว่าจะไปเปรียบเทียบร้า่นแนวนี้กับที่ไหนดี หาทานยากจริงๆครับ แต่คงต้องไปเทียบกันร้านอาหารจีนล่ะครับ ก็จะพอๆกันครับ วันนี้ค่าเสียหายประมาณ 1,600 บาท
-อาหารบางทีก็ช้าไปนิดนึง แต่ก็พอรับได้ครับ เห็นลูกค้าเยอะ
 
ส่วนใครที่อยากไปลองก็ตามแผนที่ด้างล่างไปได้เลยครับ ซอยทองหล่อหรือสุขุมวิท 55 นั่นเองครับ อยู่ระหว่างซอยทองหล่อ 15 กับ 17 ครับ หาไม่ยากครับตามรูปหน้าร้านได้เลย เวลาทำการก็เป็นสองช่วง11.00-14.30น. กับ 17.30-22.30 ครับผม
 
 วันอาทิตย์แบบนี้มีแผนจะไปไหนกันหรือเปล่าเอ่ย ส่วนผมเปิดเทอมพรุ่งนี้แล้ว ม่ายยยน้าาาาา เวลากำลังจะหมดไป~แต่ทำไมต้องเปิดเทอมหน้าฝนด้วยเนี่ย = =" คงได้ล้างรถกันสนุกสนานอีกเช่นเคย เวรของกรรม แต่ไม่เป็นไรเราไม่หวั่น และสำหรับเพื่อนๆทุกๆคนครับ อยากให้รักษาสุขภาพดีๆแล้วก็ระมัดระวังเรื่องของอุบัติเหตุด้วยนะครับ ขอให้ทุกๆคนมีความสุขในหน้าฝนนี้ครับ สวัสดีครับ
 
จบแล้วนะจ๊ะ
 

edit @ 8 Jun 2009 07:11:13 by Krannies

Comment

Comment:

Tweet

อาหารน่ากิน แต่ไม่ค่อยจะสะอาดหรอกนะคะ
ไม่เชื่อไปดูในครัวสิคะ
อิอิ

#14 By cumpo (124.157.144.106) on 2011-02-07 13:31

#13 By mp3 (222.123.41.105) on 2009-07-09 23:22

หิวเลยง่ะsad smile

#12 By siril (124.121.242.105) on 2009-06-11 13:27

หิวเลยง่ะ

#11 By siril (124.121.242.105) on 2009-06-11 13:27

ปลา หมู ต้มยำ โอ๊ย หิวงะ
รดน้ำดีกว่าไหนไหนก้อเข้ามาแล้ว
ปวดฟัน ๆ ๆ

มันช่างเป็นอะไรที่ทรมานมากสำหรับคนชอบกินเนี่ย

#9 By i'FY on 2009-06-08 15:22

น่ากินมากกกกก
รายงานค่าเสียหายด้วยกั๊บbig smile

#8 By wine under locker on 2009-06-08 05:37

แต่ละอย่าง แต่ละจาน แบบ..ไม่ไหวแล้ว

น่ากินมากกก

#7 By Googigg on 2009-06-08 00:22

โหยยย

น่าทานจังเลยยยยย

ร้าวรานนนตอนนี้ปวดหัน กินไรไม่ได้

#6 By i'FY on 2009-06-07 20:14

น่ากิน

แต่อยู่ไกลจัง

#5 By Prae on 2009-06-07 19:30

เราเคยกินผัดผักน้ำอะ อร่อยมากกกกกก

ว่าแต่ เต้าซี่ คืออะไรหรอค่ะ sad smile

#4 By WiNNiEz on 2009-06-07 18:50

น่ากิน น่ากิน

ว่าแต่ว่าขอบคุณนะ ที่เข้าไปเม้นท์ในบล็อกของเรา ตอนนี้เขียนเพิ่มแล้วหลายเรื่อง ลองไปอ่านดูนะbig smile

#3 By Happyforever on 2009-06-07 14:06

=v= ชอบกินนะแต่้เผ็ดง่าๆ

#2 By เฟ on 2009-06-07 12:07

น่ากิน
อยากกินง่าาาา...(กำลังหิว)...

#1 By araignee on 2009-06-07 11:50