ความทรงจำในอดีต ที่พัดผ่านมาพร้อมอากาศ...
posted on 15 Jan 2009 10:39 by fussykran in life-A-dayวันนี้ตื่นเช้าๆมาอากาศเย็นอีกแล้ว (>w<) ชอบมากมายอากาศแบบนี้
ถึงแม้ว่าช่วงนี้จะไม่ค่อยสบายอยู่ก็เถอะ แต่ก็ช๊อบชอบ ช่วงทุกๆหลายปีที่ผ่านมา
ทำไมน้อ เวลามีคนให้กอดคลายหนาว ทำไมมันไม่หนาวอย่างนี้บ้าง
พอต้องอยู่ตัวคนเดียว กลับต้องมาหนาวซะงั้น เศร้าเนาะคนเรา
ปาปี้กะมามี้ชอบบ่นตลอดเวลาว่า ห้องนอนชอบเปิดแอร์น๊าวหนาว เป็นหมีขั้วโลก
ตอนนี้ไม่ได้ยินบ่นเลย เนื่องจาก เปิดแอร์แปบเดียว แล้วก็ปิด
จริงๆแล้วมันเปิดหน้าต่างก็ได้น่ะแหละ แต่ว่าไม่สามารถ เนื่องจากเหตุการณ์สะเทือนขวัญอย่างนึง
จริงๆแล้วก็ไม่น่าสะเทือนขวัญเท่าไรนักหรอก ลองอ่านดูนะครับ
(ปล.ถ้าคุณคิดว่ากลัว ลองอ่านดูแล้วความรู้สึกจะเปลี่ยนไป)
เรื่องมันมีอยู่ว่า ผมนั่งๆเล่นเกมไปเรื่อยๆในกลางดึกที่หนาวๆแบบนี้ เปิดหน้าต่างรับลมไปเรื่อย
แต่แล้วก็มีเสียงข่วนมุ้งลวด ก็ยังไมได้เอะใจอะไร เอ๊ะ สักพักเริ่มรำคาญ พออยากรู้จึ่งได้รู้
ทวด นี่เอง ทวดหญิง ของผมมาเยี่ยม ท่านเสียไปปีนั้นปีแรก รวมอายุได้ประมาณ 90 ปี
ผมไม่ได้รู้สึกกลัวจนต้องวิ่งหนี แต่ผมรู้สึกเศร้าและเสียใจ ร้องไห้ออกมาตรงนั้น
ทวดของผมเป็นคนชราที่สุขภาพดีและแข็งแรงมากครับ ท่านอยู่มาตั้งแต่สมัย ร.5 เคยเป็นครูมาก่อน
ผมรักทวดมาก ทวดทิ้งภาระขึ้นมาดูแลผมตอนเด็กๆในสมัยที่พ่อแม่ยังลำบาก ไม่ค่อยมีเวลาสักเท่าไร
ท่านเองก็คงรักผมมากๆเช่นกัน ผมจำได้ว่า สมัยเด็กๆ ถ้าไปเยี่ยมทวดที่บ้านทีไร
ทวดก็จะเอาขนมมาให้ ชงโอวัลตินให้ดื่ม หรือเวลาก่อนจะกลับจากบ้านทวด ทุกๆครั้งแม่ก็จะเอาเงิน
ยัดกระเป๋าทวดทีละพันบ้างห้าร้อยบ้าง แม่จะบอกเผื่อให้แกไว้ใช้ซื้ออะไรที่จำเป็น แต่แก
ก็จะแอบเอาเงินนั้นมาให้ผมอีกที แล้วพูดอย่างเดียวกับที่แม่พูด ... โดยที่ผมไม่รู้มาก่อนว่าเงินนี่มาจากไหน
และก่อนที่แกจะเสียไม่นานแม่ได้กลับไปเยี่ยมแก แกได้ฝากของอะไรบางอย่างมากับแม่เผื่อฝากให้ผม
สิ่งๆนั้นคือ
"พวงมาลัยดอกไม้ และขนมโดนัท"
แน่นอนว่า สำหรับเด็กอายุ 18 ปีในตอนนั้น คงไม่ใช่สิ่งที่ต้องการสำหรับเด็กอายุเท่าๆกัน
แต่สำหรับผม ผมรู้สึกเศร้าที่แกยังเก็บอะไรไว้รอเราตลอดเวลา แม้แกจะไม่ใช่แม่แท้ๆของเรา
แต่แกรักเราเหมือนลูกแท้ๆ ผมเองก็รักแกมากเช่นกัน ไม่นานจากนั้นแกก็เสียด้วยโรคชราอย่างสงบ
ตอนที่แกเสียไป แกมาหาผมเป็นคนแรก ประสบการณ์ที่จะบอกได้ว่า เจอผี ที่น่าจะกลัว
มันกลับกลายเป็นว่า เป็นการเจอที่น่าเศร้าที่สุดในชีวิต ผมอยากจะสวมกอด ผมอยากจะรั้งท่านไว้
แต่ผมทำได้เพียงแค่ยืนน้ำตานองอยู่ตรงนั้น และได้แต่บอกว่า "กรานต์รักทวดนะ" พร้อมทั้งน้ำตาที่เอ่อล้น
ผมยืนอยู่ตรงนั้น ร้องไห้ และพึมพำคำเดิมๆ จนทวดส่งยิ้มให้ และค่อยๆจางหายไปต่อหน้าต่อตา
ผมยังคงยืนอยู่ที่ตรงนั้น และไม่สามารถทำอะไรต่อได้ นอกจาก ลงไปยืนมองโกษฐ์ที่เตรียมนำไปลองอังคาร
และภาวนาให้ทวดมาหาผมอีกครั้ง แต่คราวนี้มันก็ไม่ได้เป็นอะไรอย่างที่หวัง แม้ผมจะกลับไปนั่งในห้องดังเดิม
นั่งที่เดิม เล่นเกม และเหลือบสายตามองเป็นระยะๆ แต่ก็ไม่มีอะไรปรากฏให้เห็นอีก
ความเศร้าความเสียใจในวันนั้น และอดีตที่ผ่านๆมา มันทำให้น้ำตาซึมได้ทุกๆครั้งที่คิดถึง
โดยเฉพาะเวลาอากาศเป็นแบบนี้ หรือได้ไปเยี่ยมในที่ๆท่านเคยอาศัย เคยเดินผ่าน
ผมอยากให้ท่านเห็นผมในวันนี้ อยากให้ท่านได้ภูมิใจ ว่าเลี้ยงหลานได้ตัวโตอย่างนี้เชียวนะ
นี่คือประสบการณ์ที่ทำให้ผมหวนคิดถึงทุกๆครั้ง ที่อากาศหนาวผ่านมา ...
สำหรับในตอนนี้ถึงแม้ว่าจะไม่มีอะไรดีๆสักเท่าไหร่ แต่ก็ยังดีใจ ที่มีพ่อมีแม่มีพี่น้องมีเพื่อนที่ดีๆตลอดเวลา
ถึงแม้จะพึ่งอกหักรักคุดมาปลายปีที่แล้ว ไม่มีคนรักในตอนนี้ ได้ลองอยู่คนเดียวบ้าง ได้ทำอะไรที่อยากทำบ้าง แต่การได้รักใครสักคนมันก็เป็นเรื่องที่มีความสุขมากๆสำหรับผมแล้ว ...
อะไรๆในตอนนี้มันก็ทำให้ได้คิดหลายอย่างว่า ตอนนี้ความรักที่เราให้ใครสักคน มันไม่ได้เป็นเหมือนตอนมัธยมหรือตอนเด็กๆแล้ว ที่มันรักเพราะความต้องการ ความหลง ตอนนี้มันไม่ใช่แล้ว มันเป็นการให้ความรัก ในแบบที่เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น อยากจะขอดูแลใครสักคน อยากจะขอโรแมนติกบ้าง อยากจะขอทำให้เค้ามีความสุขทุกๆทีที่อยู่ไกล้ๆเรา อยากจะให้เค้าพึ่งเราได้ทุกเวลา อยากให้เราเป็นคนที่เค้ามั่นใจ และอะไรอีกหลายๆอย่างมากมาย
อะไรพวกนี้มันทำให้คิดครับ ว่าจากนี้การจะรักใครสักคนของผมมันต้องโตขึ้น ผมไม่ใช่เด็กๆอีกต่อไปแล้ว
ผมจึงอยากทำให้คนที่ผมรักมั่นใจ ว่าเรานี่แหละคือคนที่เค้าสามารถมั่นใจในตัวเราได้ตลอดไป...
เพื่อนๆล่ะครับ มีอะไรดีๆที่ผ่านมาในหน้าหนาวนี้หรือในอดีตบ้างหรือเปล่า ว่างๆก็เล่าสู่กันฟังบ้างก็ได้นะครับ
สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุดนี้ ขอบคุณเพื่อนๆที่เข้ามาอ่านกันนะครับ ขอให้ทุกๆคนโชคดีมีความสุข ตลอดปีใหม่นี้ครับ
edit @ 15 Jan 2009 11:15:28 by Krannies
edit @ 15 Jan 2009 11:23:54 by Krannies



#1 By Iff (158.108.44.73) on 2009-01-27 09:29